วิวัฒนาการด้านเทคโนโลยีของ ?บลูแพลนเน็ท?

เย็นวันหนึ่งข้าพเจ้าได้พบกับเพื่อนผู้หนึ่งซึ่งเป็นผู้จุดประกายความคิดและช่วยต่อยอดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับปฏิบัติการณ์ในการแยกความชื้นและน้ำมันออกจากโมเลกุลของของเหลว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสารทำความเย็นหรือน้ำยาแอร์ที่เรารู้จักกันดี สารทำความเย็นบลูแพลนเน็ทในปี พ.ศ.2547 จึงริเริ่มให้มีการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นด้วยการเพิ่มเครื่องมือในการแยกสารปนเปื้อนและความชื้นออกจากโมเลกุลของตัวมันเองด้วยการแยกลำดับชั้นของจุดเดือด ราวปี พ.ศ.2552 เครื่องมือคัดแยกสารทำความเย็นกับความชื้น, น้ำมันและสารปนเปื้อนที่สมบูรณ์แบบและทันสมัยที่สุดเครื่องแรกก็เริ่มปรากฏออกมา พร้อม ๆ กับเครื่องมือในการบรรจุสารทำความเย็นความเร็วสูงที่ 85 ลิตรต่อนาที (การขับดันสารทำความเย็นให้เคลื่อนที่จากภาชนะหนึ่งไปสู่อีกภาชนะหนึ่งด้วยความเร็ว 1.42 ลิตรต่อวินาทีชนิดปลอดความชื้นถาวร) ด้วยแนวคิดที่ซับซ้อนและกลไกในรายละเอียดที่เพิ่มเข้าไปมากขึ้นกว่าเดิมจึงทำให้สารทำความเย็นบลูแพลนเน็ทเป็นอีกหนึ่งสารทำความเย็นที่มีความชื้นต่ำที่สุดในตลาดขณะนี้ คือมีระบบการจัดการให้สารทำความเย็นบริสุทธิ์ขั้นสูงสุดถึง 99.95%

ครั้งหนึ่งในปี พ.ศ.2540 ผมมีความสงสัยเป็นอย่างยิ่งว่าเหตุใดเพื่อนของผมรายนี้จึงสามารถรักษาฐานลูกค้าไว้ได้อย่างยาวนานและยากที่ลูกค้าจะเปลี่ยนใจ แน่นอนครับในเรื่องของต้นทุนนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญในลำดับต้น ๆ ที่เรามองเห็นต่อมาสิ่งที่จุดประกายในความคิดกลับไม่ใช่เรื่องนั้นแต่กลายเป็นเรื่องของคุณภาพของสารทำความเย็นแบบสุดขั้วเข้ามาแทนและเพื่อนเก่าที่จุดประกายความคิดของเรารายนี้ ที่ลืมไม่ได้เลยที่จะกล่าวถึงก็คือ "คุณวิจิตร มนัสศิริวิทยา" อัจฉริยะบุคคลซึ่งผมเครดิทให้ท่านเป็นเกจิอาจารย์ด้านสารทำความเย็นมือหนึ่งของเมืองไทยในยุค 1980 จนถึงปัจจุบันนี้ครับและหากไม่มีเทคโนโลยีขั้นพื้นฐานของมนัสอิมปอร์ตในวันนั้นก็จะไม่มีสารทำความเย็นแบบสุดขั้วอย่าง "บลูแพลนเน็ท" ที่เมืองไทยในวันนี้ครับ

ด้วยสิ่งกระตุ้นเพียงเล็กน้อยในช่วงแห่งวัยทำงานของข้าพเจ้าและความสนใจในเนื้อหาเชิงเคมีและวิทยาศาสตร์กับคำถามว่า "ทำไมจึงเป็นอย่างนั้น" กอปรกับการได้เคยทำงานร่วมกับกับบริษัทเคมีภัณฑ์ชั้นนำอย่างดูปองท์ "มหัศจรรย์แห่งวิทยาศาสตร์" กับคำพูดของเพื่อนคนหนึ่งในการตอบข้อซักถามของข้าพเจ้าครั้งหนึ่งที่ว่า "ผมอธิบายไปพี่ก็ไม่เข้าใจหรอกเพราะพี่ไม่ได้จบวิทยาศาตร์" นับจากนาทีนั้นในปี พ.ศ.2541 ข้าพเจ้าจึงเริ่มอ่านตำราด้านสารทำความเย็นอย่างหนักนับพันหน้ากระดาษโดยไม่ลืมที่จะพิสูจน์คำตอบควบคู่กันไปในขณะนั้น อ่าน ๆ ๆ แล้วก็อ่านแล้วก็แปลบทความ สมัยนั้นกูเกิ้ลยังไม่เป็นที่นิยมมากนักเท่าสมัยนี้การค้นหาข้อมูลและพิสูจน์คำตอบเป็นไปได้อย่างยากยิ่ง โดยเฉพาะคนที่ไม่เก่งภาษาอังกฤษอย่างข้าพเจ้ายิ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่จะแปลบทความเทคนิคและเป็นภาษาอังกฤษในขณะนั้น การลงทุนลงแรงไม่เคยสูญเปล่าถ้าท่านไม่ได้รับในสิ่งที่ท่านต้องการจริง ๆ ท่านก็อาจได้รับจากประโยชน์เป็นสิ่งอื่นเข้ามาแทนเสมอเขาเรียกว่าประสบการณ์

ปี 2556 สารทำความเย็น "บลูแพลนเน็ท" มีคุณภาพเทียบเท่าสารทำความเย็นระดับโลกกลุ่มท็อปไฟว์หลายแบรนด์และมีต้นทุนของสารทำความเย็นที่ต่ำที่สุดในกลุ่มนี้

ข้าพเจ้าหวังว่าเทคโนโลยีที่ได้ร่ำเรียนมาจะนำมาใช้เพื่อลดภาวะการเสียดุลทางการค้าให้กับคนไทยได้ แน่นอนนี่ไม่ใช่แค่คำกล่าวอ้างแต่ท่านสามารถพิสูจน์ได้ด้วยการใช้เครื่อง Gas Chromatography เพื่อตรวจวัดหาค่าความบริสุทธิ์และส่วนประกอบของสารทำความเย็นของเราหรือแม้กระทั่งการตรวจสอบความผกผันของแรงดันไอตามมาตรฐาน ASHRAE ได้อีกด้วยครับ